[ MS ] อาหารเช้ากับแผนการตลาดของเขา
posted on 20 May 2011 19:16 by empty-sky in MS[ MS ] อาหารเช้ากับแผนการตลาดของเขา
Character: เพียงนภา ,แม่ของเพียงฟ้า(ฟ้าคราม)(OC),พันปิยะ
Other: อาทิตย์(ซัน) (OC)
“เฮ้อ..”เสียงถอดถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย เด็กสาวหน้าตาน่ารักในชุดนอนผ้าฝ้ายสีหนาวนอนไคว่ห้างไม่สมกุลสตรีอยู่บนเตียงสีชมพูโอโรส ส่วนในมือก็กดเครื่องดีเอส
“มีทัชสกรีนแท้ๆทำไมเกมส์นี้ไม่ใช้นะ...”เด็กสาวพึมพำ ผมสีน้ำตาลไหม้ยุ่งเหยิงเพราะไม่ได้หวีมาเป็นเวลาสองวัน
“เพียงฟ้า !!! ลูกจะคลุกอยู่บนห้องอีกนานมั้ย !!”เสียงผู้เป็นแม่ตะโกนเรียก
“อ่า..ค่า..ถ้าทำได้ก็ตลอดชีวิต..”ผู้ถูกเรียกตอบเสียงอ่อย พึมพำอย่างเซ็งๆแล้วลุกจากเตียง
เปิดประตูและลงบันไดไปหาผู้เป็นมารดา
“แม่คะ นี่กี่โมงแล้ว”เพียงฟ้าขยี้ตาพลางถามผู้เป็นแม่
“หกโมง ลูกจะนอนกินบ้านกินเมืองไปแล้วนะ !!”คุณแม่ฟ้าโวยวาย ในมือยังถือตะหลิวอยู่ด้วยซ้ำ
“แม่คะ..เพียงว่าแม่ทำกับข้าวไปเถอะค่ะ เพียงขี้เกียจเตือนแล้วว่าห้ามถือตะหลิวโบกไปโบกมาน่ะ..”ลูกสาวประชดหน้ามุ่ยแล้วเดินไปนั่งโซฟาอย่างไม่สนใจ
“ฟังแม่ก่อนสิ โธ่ งอนแล้วนะๆๆ”คนเป็นแม่เบ้ปากไม่พอใจแล้วเอามือทาบแก้ม ทั้งๆที่มือยังถือตะหลิวซึ่งก็ทำให้ตะหลิวร้อนๆโนใบหน้าด้านข้างของคุณแม่เต็มๆ
“กรี๊ด ร้อน”คุณแม่โยนตะหลิวออกทันทีแล้วแตะแก้มทั้งน้ำตาคลอ
“เพียงเตือนแล้วนะคะ !!”เด็กสาววิ่งไปหาแม่อย่างร้อนรน
“เอ๋?”แต่เมื่อดูใกล้ๆแล้วกลับไม่มีร่องรอยอะไรอยู่บนใบหน้าเลย
“ฮี่ เป็นไง แม่เล่นละครเนียนใช่ม้า ❤”
คุณแม่ยังสาวขยิบตาให้วิ้ง ~ คงเพราะช่วงนี้ดูอนิเมกับลูกสาวมากเกินไป สมองเลยเริ่มผิดปกติ...เด็กสาวคิดในใจแล้ว ผละออกจากแม่
“ไม่น่ารักซักนิด”เพียงฟ้าตอบตามตรง จะให้คนแก่อายุเลยสี่สิบมาครึ่งทำท่าแอ๊บแบ๊ว ยังไงๆก็ไม่น่ารักซักนิด
“อะไรกัน ใจร้ายอะ ! แม่ยังสาวยังสวยอยู่น้า !!~”ผู้เป็นแม่ทำท่าเสียใจแบบโอเว่อร์
อ้ะ เดี๋ยวสิ เมื่อกี้แม่ถือตะหลิว..แสดงว่าทอดอะไรอยู่สินะ...
เมื่อสมองประมวลได้ดังนั้น เด็กสาวก็หันไปทางกะทะ..
“แม่ !!”
ผู้เป็นแม่ก็พลอยตกใจวิ่งไปปิดแก๊สแทบไม่ทัน แต่สุดท้าย ปลาทูในกะทะก็ไหม้อยู่ดี..
“อ่า..”
“ขอโทษจ้ะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ...”เด็กสาวปลงตก แล้วบอกคุณแม่ของตนอย่างใจเย็น
“แต่ว่าแม่มีของอย่างกินให้กินเย็นนี่นะจ้ะ !~”คุณแม่ยังสาวแก้ตัวแล้ววิ่งไปที่ตู้เก็บอาหาร
“จ่างจ๊าง~bloody cross ~~”คุณแม่ฟ้าพูดจาไม่รู้เรื่องแล้วชูปลากระป๋องให้ดู
ช่วงนี้คุณแม่ติดอนิเมชกมวย นั่นคงเป็นชื่อท่าอะไรซักอย่างจากเรื่องนั้นมั้ง เรื่องนั้นช่างเถอะ แต่ที่สำคัญคือ เด็กสาวคนในใจแล้วบอกผู้เป็นแม่ว่า
“แม่คะ เพียงไม่ทานปลากระป๋อง อย่าลืมสิว่าคราวก่อนแม่ทำเพียงท้องเสียน่ะ”เด็กสาวว่าพลางทำมือวาดเป็นวงกลมวนๆกลางอากาศ
“แหม ~! งั้นก็นี่~”แม่ฟ้าหยิบมาม่าขึ้นมาสองซอง
“รสหมูสับ~”
“ตกลงค่ะ!!”เด็กสาวตอบตกลงทันที
หวาว ไม่ได้ทานมาม่าซะนาน ต้องใส่ชีส...เหะเหะ..
เด็กสาวนึกภาพมาม่าต้มร้อนๆในหัวอย่างมีความสุข
มื้อเย็น
สองสาวต่างอายุนั่งทานอาหารบนโต๊ะอาหารหรูหรา จาน ชาม มีด ช้อน ส้อม หรือแม้กระทั่งทิชชูยังเป็นของดีมีราคา ทว่าอาหารบนโต๊ะกลับเป็นมาม่าและยำปลากระป๋องเสียอย่างนั้น
“อ๋าๆๆ เป็นภาพที่ขัดตาอะไรอย่างนี้เนี้ยะ~”คุณแม่พูดจาไม่รู้เรื่องแล้วทำท่าอิดออด
“ใครว่า!! มาม่าเป็นอาหารอย่างดีมีราคาสุดจะเลิศเลอเฟอร์เฟ็กต่างหากค่ะ”เพียงฟ้าบอกแล้วเอาชีสแผ่นวางบนชามมาม่าของตน
“ยัยเด็กพิลึก ชอบอะไรไม่ชอบ เดี๋ยวก็หัวล้านหรอก”คุณแม่ว่า
“จะว่าไป แม่คะ เดี๋ยวนี้ดูการ์ตูนมากเกินไปหรือเปล่าคะ?”
“เอ๋ ก็ไม่นะ ทำไมเหรอจ้ะ”คุณแม่เอียงคอถาม
“เปล่าหรอกค่ะ เพียงก็เขาใจว่าแม่เพี้ยน แต่ช่วงนี้มันหนักข้อขึ้นน่ะค่ะ”เด็กสาวว่าตามจริง
“ปากเหรอน่ะ! เดี๋ยวก็ไม่มีคนคบหรอก !”คุณแม่ยังสาวโวยวายเป็นการตักเตือน
“ถ้าไม่มีคนคบก็ไม่เดือดร้อนอะไรหรอกค่ะ เพียงเองก็ไม่ใช่คนน่าคบซักหน่อย”เพียงฟ้าพูด
“เอ่อ..เดี๋ยวนะคะ คุณพ่อละ?”เด็กสาวเพิ่งสังเกตว่าผู้เป็นพ่อไม่ได้อยู่ในห้องทานข้าวนี่ด้วย
“อะไรกัน นี่ลูกเพิ่งจะรู้ตัวเหรอ”ผู้เป็นแม่บ่นพลางตักข้าวใส่ปาก
“ก็ไม่มีความจำเป็นให้ต้องสังเกตนี่คะ”
“...”เพราะกำลังเคี้ยวข้าวอยู่ทำให้คุณแม่ไม่สามารถเถียงผู้เป็นลูกสาวได้
หงับ เด็กสาวตักเส้นมาม่าที่มีชีสโปะอยู่เข้าปาก
“คุณพ่อไปทำงานน่ะ โดนเรียกตัวแต่เช้า หงุดหงิดใหญ่เลยล่ะ”คุณแม่บอก
“....”เพียงฟ้าไม่ได้ตอบอะไรแล้วตั้งหน้าตั้งตากินมาม่า
“แต่ก็นะ เพราะแม่ไม่ค่อยรับงาน..พ่อเขาก็เลยตั้งทำงานหนักกว่าคนอื่น”แม่ฟ้าบอกแล้วยิ้มเจื่อน เด็กสาวเหลือบมองยัยป้าแก่แอ๊บแบ๊วอย่างเหนื่อยหน่าย
“..”
“ถึงจะน่าโมโหที่ไม่ค่อยมีเวลาให้..แต่ฐานะของแม่ก็ไม่มีสิทธิว่าหรอกเนอะ”
“หนวกหูน่ะ..”เด็กสาวพูดเสียงเบาหวังไม่ให้ผู้เป็นแม่ได้ยิน
“หืม?”ผู้เป็นแม่ขมวดคิ้ว เพราะได้ยินที่ลูกสาวพูดไม่ชัด
“ไม่มีอะไรค่ะ”เพียงฟ้าตอบเลี่ยงๆแล้วใช้ตะเกียบคีบเส้นมาม่าขึ้นมาม้วนๆ
“จริงสิ เมื่อกี้แม่ดูสารคดี แจ็ค เดอะ ริปเปอร์แหละ น่ากลัวเนอะ”คุณแม่ที่โป๊ะเครื่องสำอางหนาจนอายุลดลงไปสิบปีเล่าเรื่องที่ดูในทีวีให้ลูกสาวฟัง
“แจ็คอะนะคะ ? ก็แค่คนโรคจิตธรรมดา น่ากลัวก็ตรงที่ตำรวจไม่มีปัญญาจับแหละค่ะ”เพียงฟ้าว่าก่อนจะตักเส้นมาม่าเข้าปาก
“อันที่จริง ไอ้การฆ่าหั่นศพก็เริ่มมาจากคดีนี้สินะคะ”เด็กสาวพูดจาน่ากลัวขณะทานข้าวได้หน้าตาเฉยจนคุณแม่กระแอ่มไอแล้วตัดบท
“พรุ่งนี้เปิดเทอมแล้วนะ”คุณแม่บอก
“ค่ะ”
อ่า...พรุ่งนี้เปิดเทอม
แค่คิดก็รู้สึกเหนื่อยหน่ายแล้วสิ ..
เด็กสาวคิดในใจแล้วอดเบ้หน้าไม่ได้ เมื่อคราวก่อนก็สนุกดี
แต่ไม่ได้ร่วมกิจกรรมกับใครเท่าไหร่..จะมีคนคบมั้ยนะ...
เพียงฟ้านึกกังวลในใจ
ขณะนี้เวลา 05.30 น.
“เพียงฟ้า ซันมารับแล้วลูกกกกกก”เสียงแสบแก้วหูของคนอายุสี่สิบกว่าตะโกนเรียกผู้เป็นลูกสาว
“ค่ะๆ”เพียงฟ้าเดินลงมาพร้อมกระเป๋านักเรียน เสื้อผ้าหน้าผมสะอาดสะอ้านเรียบร้อย และชุดกาวน์
“ไม่ร้อน?”
“ร้อนเมื่อไหร่ค่อยพับแขนเอาละกันค่ะ”เด็กสาวตอบปัดๆแล้วเดินไปที่ประตูหน้าบ้านแล้วหันมาบอกผู้เป็แม่ว่า
“เพียงไปโรงเรียนนะคะ”
“จะไหวมั้ยน้า เด็กคนนั้นยิ่งขี้อายอยู่ด้วยสิ”ผู้เป็นแม่กอดอกเอียงไปเอียงอย่างเป็นกังวล
“ที่สำคัญคือปากไม่ค่อยดีด้วยเนี่ยซี่ แก้ยาก”สาวใหญ่ร่างสูงบางถอนหายใจ
.
.
.
“..เพียงฟ้า..เพียง”เด็กหนุ่มหน้าตาน่ารักเหมือนผู้หญิงส่งเสียงเรียกเด็กสาวที่นอนกรนเบาๆอยู่ข้างๆเขา
“..ให้ตายสิ เฮ้อ”เขากุมขมับก่อนจะจงใจพูดเสียงดังว่า
“อีกไม่ถึงห้านาทีโรงเรียนเข้า เธอสายแน่ เพียงฟ้า”และจงใจเน้นตรง ‘สายแน่’
เพียงฟ้าสะดุ้งเฮือก ลุกขึ้นเปิดประตูรถแล้วหันมาบอกเด็กหนุ่มว่า “ขอบใจที่เตือนนะ!”แล้วรีบวิ่งออกไปแทบไม่ทัน
“…ให้ตายสิ จะบอกดีมั้ยว่าโกหก...”ทว่าเด็กสาวก็ออกจากรถแล้วขึ้นรถรับส่งของโรงเรียนไปเสียแล้วสิ..
ตึก ตึก ตึก ตึก
เสียงฝีเท้าของเพียงฟ้าวิ่งอย่างสม่ำเสมอ ทั้งๆที่ก็รู้สังขารตัวเองอยู่หรอกว่า ไม่ได้ทานข้าวเช้าแบบนี้ ขืนวิ่งต่อต้องเป็นลมแน่ๆ แต่ว่า .. ณ ตอนนี้ ไม่อยากไปสายค่ะ !
ผลั่ก !
เพียงฟ้าถอยหลังมาสามก้าวแล้วเซไปทางซ้ายประมาณสามสิบองศาก่อนจะวนกลับมายืนตรงอีกครั้ง
“ขะ ขอโทษค่ะ ขอโทษค่ะ”เพียงฟ้าก้มหัวขอโทษโดยอัตโนมัติ
“คะ คุณเองก็รีบเหมือนกันใช่มั้ยคะ ถ้าไม่รีบจะสายเอาสินะคะ ขอโทษนะคะ เพียงทำให้คุณสายไปด้วยแน่เลยค่ะ..”เพียงฟ้าลนลานบอกทั้งๆที่ยังไม่ได้มองหน้าคนตรงหน้า
“อ่า...ไม่เป็นไร ใจเย็นก่อนนะ เหลือเวลาอีกตั้งครึ่งชั่วโมงกว่าจะเข้าเรียน”น้ำเสียงฟังดูมึนๆตอบมา
“หา? ครึ่งชม.?”เพียงฟ้าทวนคำนั้นอย่างงุนงงแล้วชูข้อมือของตนขึ้นมาดูเวลา
“.....”ทั้งสองคนเงียบ
“ขอโทษค่ะ”เพียงฟ้าขอโทษอีกครั้ง หน้าซีดเพราะวิ่งมาอย่างเร่งรีบทั้งๆยังไม่มีอะไรลงท้องทั้งแต่เช้า
“เธอหน้าซีดนะ ทานอะไรก่อนไหม”เด็กหนุ่มสวมแว่นหัวฟูๆท่าทางมึนๆถามเพราะเห็นท่าทางของเด็กสาวไม่สู้ดีนัก
“อาหารเหรอคะ?”เพียงฟ้าเงยหน้ามองอีกฝ่ายอย่างมีความหวัง
“อืม..มีอาหารเช้ามาใช่มั้ยล่ะ”เด็กหนุ่มเหลือบมองกล่องข้าวในมือของเด็กสาวและถามเพื่อความแน่ใจ
“ค่ะ..”เพียงฟ้าชูกล่องข้าวในมือให้เขาดูเพื่อเป็นการยืนยัน
“งั้นไปนั่งกินที่โรงอาหารก่อนก็ได้นะ”เขาเสนอ
เด็กสาวทำตาวาวเล็กน้อยแล้วกล่าวขอบคุณ ก่อนจะออกเดินไปไม่ถึงสี่ก้าวแล้วหันกลับมา
“เอ่อ...ขอโทษค่ะ โรงอาหารไปทางไหนนะคะ?”เพียงฟ้าหันมาถามอย่างหวาดๆ
อันที่จริงตอนสอบสัมภาษณ์เธอก็มาโรงอาหารนะ แต่ยังจำทางไม่ได้ ถ้าไม่มีแผนที่คงจะแย่
เด็กหนุ่มถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะเดินนำหน้าเพียงฟ้าแล้วถามว่า
“ตอนปฐมนิเทศไม่ได้มาเหรอ?”
“กลับไปก่อนจะได้ไปโรงอาหารน่ะค่ะ”เพียงฟ้าตอบ
“อ๋อ อย่างนั้นหรอ เข้าใจล่ะ เราก็ว่าคุ้นๆหน้าเธออยู่น่ะ”พันปิยะบอก
“หน้าเพียงมีอะไรเป็นจุดเด่นด้วยหรือคะ?”
“เปล่า แต่เด็กผู้หญิงที่ใส่เสื้อกาวน์เดินไปเดินมา เท่าที่เราจำได้มีแค่เธอน่ะ”พันปิยะตอบ
“อ๋อ มันสะดุดตามากเลยเหรอคะ?”เพียงฟ้ากระซิบคล้ายถามกับตัวเอง
“ก็นะ”พันปิยะตอบแบบขอไปที
“จำได้ว่าเธอจับฉลากที่นั่งด้วยนี่นะ”แต่เด็กหนุ่มห็จำได้ลางๆว่า เห็นแว๊บเดียว
“จับเสร็จก็รีบกลับเลยน่ะค่ะ เพราะว่ามีธุระด่วน..”เพียงฟ้าบอก ธุระด่วนนั่นทำให้สมองเธอปั่นป่วนในช่วงหลายสัปดาห์นี้
“ถึงละ เอ้า นั่งสิ”พันปิยะเลื่อนเก้าอี้ออกแล้วนั่งลงก่อนจะชวนเพียงฟ้าในนั่งลงด้วย
“เอ่อ..ค่ะ”เพียงฟ้านั่งลงบ้างแล้ววางกล่องข้าวของตัวเองลงบนโต๊ะ
เธอหยิบ ซาลาเปาไส้หมูสับ สองลูก(โตๆ) กับนมรสจืดอีกสี่กล่องและขนมปังปิ้งทาน้ำผึ้งมีสี่แผ่นวางบนโต๊ะ ปริมาณอาหาร(ที่ไม่น่าใช่อาหารเช้า)ที่มากเกินกว่าคนๆเดียวจะกินไหวทำให้พันปิยะเผลอตกใจ
“..เธอ กินคนเดียว?”เขาถามเพราะคิดบางทีเด็กสาวคงเอามาเผื่อใคร
“? ค่ะ”เพียงฟ้ามีสีหน้างุนงงเล็กๆแล้วตอบตามจริง เธอทานทั้งหมดนั่นได้ ยิ่งเวลาท้องว่างมากๆ
“อ่า ...อืม”พันปิยะพยักหน้าอย่างเข้าใจแล้วมองเด็กสาวทานอาหารเช้า
“จะไปก่อนก็ได้นะคะ”เพียงฟ้าบอกหลังจากเห็นว่าเด็กหนุ่มท่าทางเบื่อๆ
“ไม่เป็นไร”เขาตอบ บางทีคงอยากรู้ว่าเด็กสาวร่างเล็กคนนี้จะยัดอาหารบนโต๊ะนี่ลงได้หมดจริงหรือ? ละมั้ง
ถ้าหากเธอกินหมดละก็...ถ้าให้ไปที่ร้านอั๊ว...ต้องเรียกเงินเข้ากระเป๋าได้เยอะแน่... พันปิยะคิดในใจ
และเมื่อผ่านไปได้เกือบยี่สิบนาที เด็กสาวก็หยิบผ้ามาเช็ดมือแล้วบอกว่า
“อิ่มละค่ะ”ซาลาเปาสองลูกและขนมปังปิ้งสี่แผ่นอันตธานไปในพริบตา เหลือเพียงนมจืดสี่กล่องเท่านั้นที่เหลืออยู่
“กินหมดด้วยวะ..”พันปิยะพึมพำ
“คะ?”เพียงฟ้าถามแล้วหยิบกล่องนมขึ้นมาก่อนจะใช้หลอดเจาะแล้วดูด
“เปล่าๆ”
“เอ้อ จริงสิ”เด็กหนุ่มยืนนามบัตรให้
“?ร้านอาหาร?”เพียงฟ้ามองนามบัตรอย่างงงๆ
“อืม ว่างๆแวะไปกินได้นะ”พันปิยะบอก แล้วอย่าลืมพาคนอื่นมาเยอะๆด้วยล่ะ.. เด็กหนุ่มดันกรอบแว่นขึ้นอีกครั้งแล้วส่งรอยยิ้มนักธุรกิจให้เด็กสาว
“ได้ค่ะ หวังว่าจะอร่อยนะคะ”เพียงฟ้ายิ้มบางๆแล้วเก็บนามบัตรนั้นใส่กระเป๋า
..หวังว่าคงจะได้ส่วนลดบ้างหรือพิเศษบ้างนะ..หึหึ
“อ้ะ จริงสิ เพียงฟ้าค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ”เพียงฟ้าบอกหลังจากนึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้แนะนำตัว
“อืม...”ก็พอเดาได้หรอก ...ยัยสาวชุดกาวน์สินะ...
“พันปิยะ เรียกตงก็ได้”เด็กหนุ่มดันแว่นให้เข้าที่ก่อนจะลุกขึ้น
“เจอกันในห้องเรียนนะ”พันปิยะ หรือ ตง บอกแล้วเดินออกจากโต๊ะไปพร้อมกับทิ้งรอยยิ้มพิมพ์ใจไว้ให้อีกครั้ง
“อ่ะค่ะ”เพียงฟ้าพยักหน้าให้แล้วตั้งหน้าตั้งตาดูดนมอีกสองกล่องที่เหลือ
จบ แฮ่

อ่อ อยากจะบอกนิดนึงนะคะ ตรงบรรทัดแรกนี่ ผ้าฝ้ายสีขาวรึเปล่าเอ่ย?
แล้วก็ นอนไขว่ห้างนะคะ (แหะ ถ้าไม่ผิดน้าาา)
เพียงฟ้านี่.. น่ารักน่าหยิกดีนะคะ :)
#1 By ~ คุณใบเตย ~ on 2011-05-20 19:45